สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการประชุมคณะกรรมการประจำสำนักวิทยบริการฯ ครั้งที่ 1/2569

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการประชุมคณะกรรมการประจำสำนักวิทยบริการฯ ครั้งที่ 1/2569

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
จัดการประชุมคณะกรรมการประจำสำนักวิทยบริการฯ ครั้งที่ 1/2569
——
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มุ่งสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมทักษะอนาคตและนวัตกรรม สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้
——
เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้จัดการประชุมคณะกรรมการประจำสำนักวิทยบริการฯ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประราชาวดี ชั้น 6 อาคารบรรณราชนครินทร์ และระบบออนไลน์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิมล อุทานนท์ ผู้อำนวยการ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักวิทยบริการฯ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกัญญา พงษ์สุภาพ และ อาจารย์ ดร.ธัญณิชา ทองอยู่ เข้าร่วมประชุม
ประเด็นสำคัญในการประชุม ประกอบด้วย
1. การพิจารณาแผนยุทธศาสตร์ปี 2570 และค่านิยมใหม่ “PLAY”: ที่ประชุมได้ทบทวนและร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์รวมถึงแผนกลยุทธ์ของสำนักฯ ซึ่งสอดคล้องเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมในภาพรวมของมหาวิทยาลัย เพื่อการวางทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและสอดรับกับบริบทสถาบันอย่างยั่งยืน พร้อมแนะนำค่านิยมองค์กรใหม่ภายใต้ตัวย่อ “PLAY” เพื่อใช้ขับเคลื่อนองค์กร
2. การบูรณาการเทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาทรัพยากรดิจิทัลและบุคลากร: เสนอให้นำ AI มาใช้แปลงหนังสือและสื่อหายากให้เป็นรูปแบบดิจิทัล พัฒนาระบบ AI Companion และเครื่องมือแปลภาษาเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการทำงานภายใน ส่งเสริมทักษะเฉพาะทางด้านดิจิทัลและ AI แก่บุคลากร รวมถึงหารือความเป็นไปได้ในการร่วมมือทางวิชาการกับ NECTEC
3. การพัฒนาห้องสมุดสู่พื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์ (Creative Learning Space): มีการพิจารณาปรับปรุงกายภาพห้องสมุดให้ทันสมัย โดยเปลี่ยนชื่อพื้นที่พักผ่อนจาก “Napzone” เป็น “Recharge Zone” (โซนเติมพลัง) เพื่อความเหมาะสม เสนอโครงการ Coworking Space เพื่อฝึกทักษะการทำงานร่วมกันของนักศึกษา และวางแผนบำรุงรักษาระบบ Wi-Fi รวมถึงตัวอาคาร
4. ความสำเร็จด้านห้องสมุดสีเขียวและการพัฒนาท้องถิ่น: รับทราบผลการดำเนินงานลดพลังงานของห้องสมุดสีเขียว และความสำเร็จของโครงการแยกขยะใน 5 ชุมชนท้องถิ่นที่ช่วยให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและรายได้เสริมให้แก่ชุมชน